นิ่วในกระเพาะปัสสาวะและนิ่วในไตต่างกันอย่างไร เป็นอันตรายไหมหากปล่อยทิ้งไว้ พร้อมแนะนำวิธีป้องกัน เพื่อไม่ให้เสี่ยงเกิดนิ่ว

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ VS นิ่วในไตต่างกันอย่างไร อันตรายไหม รักษาอย่างไร

14 สิงหาคม 2568
แชร์

อาการปวดท้องน้อย ปัสสาวะขัด หรือปวดหน่วงที่บั้นเอว เป็นสัญญาณเตือนทางสุขภาพที่พบได้บ่อยในระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งหลายคนอาจคุ้นเคยกับคำว่าโรคนิ่ว แต่ทราบหรือไม่ว่าก้อนนิ่วนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายจุดของร่างกาย โดยเฉพาะนิ่วในไตและนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งแม้จะเป็นก้อนแข็งที่เกิดจากการตกผลึกของแร่ธาตุเหมือนกัน แต่ตำแหน่งที่เกิด สาเหตุ อาการ รวมถึงความรุนแรงของโรคกลับมีความแตกต่างกัน การทำความเข้าใจพยาธิสภาพของนิ่วทั้งสองชนิดนี้ จะช่วยให้เราสามารถสังเกตความผิดปกติของร่างกายได้อย่างเท่าทัน และเข้ารับการรักษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสมก่อนที่โรคจะลุกลามจนกลายเป็นภาวะอันตราย
 

นิ่วในไต กับ นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ คืออะไร

ระบบทางเดินปัสสาวะประกอบด้วยอวัยวะหลายส่วน ตั้งแต่ไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ ไปจนถึงท่อปัสสาวะ เมื่อเกิดความผิดปกติในกระบวนการขับถ่ายของเสียหรือมีความเข้มข้นของสารละลายมากเกินไป แร่ธาตุเหล่านั้นจะตกตะกอนรวมตัวกันเป็นก้อนแข็ง ซึ่งปัญหานี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในไตและกระเพาะปัสสาวะ โดยมีคำจำกัดความแยกตามตำแหน่งดังนี้

นิ่วในไต (Kidney Stones)

นิ่วในไต คือก้อนแข็งของสารหรือผลึกเกลือแร่ เช่น แคลเซียมออกซาเลต หรือกรดยูริก ที่เกิดการตกตะกอนและสะสมอยู่ภายในเนื้อไตหรือกรวยไต มักเกิดจากการที่ร่างกายมีปริมาณสารเหล่านี้ในปัสสาวะสูงเกินไป ซึ่งอาจเกิดได้จากพฤติกรรมการดื่มน้ำน้อย ทำให้แร่ธาตุจับตัวกันเป็นก้อน ซึ่งอาจหลุดลงมาอุดกั้นในท่อไตได้

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Stones)

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ คือผลึกแร่ธาตุที่จับตัวกันเป็นก้อนแข็งอยู่ภายในกระเพาะปัสสาวะ ส่วนใหญ่เกิดจากการที่กระเพาะปัสสาวะไม่สามารถบีบตัวเพื่อขับปัสสาวะออกได้หมด ส่งผลให้มีปัสสาวะตกค้างและเกิดการตกตะกอนของเกลือแร่ นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากก้อนนิ่วขนาดเล็กในไตที่หลุดไหลลงมาสะสมและขยายขนาดขึ้นในกระเพาะปัสสาวะ

เหมือนหรือต่างกันอย่างไร? เทียบชัด นิ่วในไต vs นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

เพื่อให้เราสามารถแยกแยะกลุ่มอาการและเข้าใจลักษณะของโรคทั้งสองชนิดได้อย่างชัดเจน ลองมาพิจารณาเปรียบเทียบจุดที่เหมือนกันและจุดที่แตกต่างกันของนิ่วทั้งสองรูปแบบนี้

จุดที่เหมือนกัน

จุดที่ต่างกัน


นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ เกิดจากอะไร มีอาการอย่างไร?

นิ่วกระเพาะปัสสาวะจัดเป็นโรคที่สร้างความทุกข์ทรมานในการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งมีรายละเอียดของสาเหตุและอาการที่ต้องคอยเฝ้าระวังดังนี้

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงมีอะไรบ้าง?

อาการที่ควรสังเกต


นิ่วในกระเพาะปัสสาวะอันตรายไหม? ภาวะแทรกซ้อนและการรักษา

หลายคนมักตั้งคำถามว่านิ่วในกระเพาะปัสสาวะอันตรายไหม คำตอบคือหากเป็นก้อนนิ่วขนาดเล็กมาก ร่างกายอาจขับออกไปได้เองโดยไม่มีอันตราย แต่หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษาจนก้อนนิ่วมีขนาดใหญ่ขึ้น จะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น การติดเชื้อในกระแสเลือด หรือส่งผลให้เกิดแรงดันย้อนกลับไปทำลายเนื้อไตจนเกิดภาวะไตวายเรื้อรังที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะอันตรายไหมถ้าปล่อยไว้

หากละเลยไม่ทำการรักษา ก้อนนิ่วจะระคายเคืองเยื่อบุกระเพาะปัสสาวะตลอดเวลา ทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อซ้ำ ๆ และส่งผลให้อุดตันทางเดินปัสสาวะจนปัสสาวะไม่ออก ซึ่งแรงดันน้ำปัสสาวะที่คั่งค้างจะดันกลับขึ้นไปทำลายไต ทำให้เนื้อไตเสื่อมสภาพและเกิดไตวายในที่สุด ดังนั้นนิ่วในกระเพาะปัสสาวะอันตรายไหม จึงขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการเข้ารับการรักษา

การวินิจฉัยและการรักษา


วิธีป้องกันนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

การรักษาโรคนิ่วเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ หากเรายังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต โอกาสที่จะตกตะกอนและก่อตัวเป็นก้อนนิ่วซ้ำอีกครั้งก็มีสูงมาก ดังนั้น การปรับพฤติกรรมสามารถป้องกันโรคได้

ซึ่งวิธีป้องกันโรคนิ่วเริ่มต้นง่าย ๆ จากการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน อย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร เพื่อช่วยเจือจางความเข้มข้นของน้ำปัสสาวะและล้างตะกอนแร่ธาตุต่าง ๆ ออกจากระบบทางเดินปัสสาวะ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการอั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน ๆ เพื่อป้องกันปัสสาวะตกค้าง

การดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยง

เราสามารถลดโอกาสการเกิดนิ่วได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร โดยการลดอาหารที่มีปริมาณโซเดียมสูง อาหารแปรรูป และอาหารรสจัด รวมถึงจำกัดการทานอาหารที่มีกรดออกซาเลตสูง (Oxalate) เช่น ผักโขม หน่อไม้ ชะพลู และเครื่องในสัตว์ นอกจากนี้สำหรับผู้สูงอายุควรเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อเฝ้าระวังโรคต่อมลูกหมากโต


โรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ ไม่ว่าจะเป็นนิ่วในไตหรือนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ล้วนเป็นสิ่งที่เราสามารถป้องกันและบรรเทาความรุนแรงลงได้หากมีความเข้าใจที่ถูกต้อง นิ่วในไตเกิดจากการตกผลึกที่ตัวไตจากความเข้มข้นของสารเคมี ส่วนนิ่วในกระเพาะปัสสาวะมักเป็นผลพวงมาจากภาวะปัสสาวะคั่งค้างขับออกไม่หมด หากเราเริ่มมีอาการปวดท้องน้อย ปัสสาวะติดขัด หรือปัสสาวะมีสีขุ่นเข้ม ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยทันที เพราะหากปล่อยทิ้งไว้จนเกิดภาวะอุดตันทางเดินปัสสาวะอย่างรุนแรง อาจนำไปสู่โรคไตวายหรือการติดเชื้อในกระแสเลือดได้ การดูแลตัวเองด้วยการดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่มากพอ ไม่กักอั้นปัสสาวะ และเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เราห่างไกลจากโรคนิ่วได้อย่างยั่งยืน

คำถามที่พบบ่อย

Q: จะรู้ได้อย่างไรว่าเรากำลังเป็นนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ?

A: เราสามารถสังเกตอาการเบื้องต้นได้จากความผิดปกติในการขับถ่ายปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะไหลสะดุดหรือขาดตอน สีปัสสาวะขุ่นเข้มหรือมีเลือดปน ร่วมกับมีอาการปวดหน่วงบริเวณท้องน้อยหรือปวดบั้นเอวอย่างเป็น ๆ หาย ๆ

Q: นิ่วในไตสามารถเคลื่อนตัวกลายเป็นนิ่วในกระเพาะปัสสาวะได้จริงไหม?

A: นิ่วในไตสามารถเคลื่อนตัวกลายเป็นนิ่วในกระเพาะปัสสาวะได้จริง ก้อนนิ่วขนาดเล็กที่เกิดขึ้นในไตสามารถหลุดลอยผ่านท่อไตลงมาสู่กระเพาะปัสสาวะได้ หากก้อนนิ่วนั้นไม่ถูกขับออกจากร่างกายทางท่อปัสสาวะ มันจะค้างสะสมและดักจับแร่ธาตุในกระเพาะปัสสาวะจนมีขนาดใหญ่ขึ้น

Q: การดื่มน้ำมะนาวหรือโซดาสามารถช่วยละลายนิ่วได้จริงหรือไม่?

A: การดื่มน้ำมะนาวหรือโซดาไม่สามารถช่วยละลายนิ่วได้ น้ำมะนาวมีสารซิเตรตสูงซึ่งมีส่วนช่วยยับยั้งการก่อตัวของนิ่วแคลเซียมได้บางชนิด แต่ไม่สามารถละลายก้อนนิ่วที่มีขนาดใหญ่หรือนิ่วชนิดอื่นได้ ส่วนโซดาไม่มีสรรพคุณในการละลายนิ่ว การรักษาที่ถูกต้องจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์

Q: ผู้หญิงมีโอกาสเป็นนิ่วในกระเพาะปัสสาวะได้เท่ากับผู้ชายไหม?

A: ผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรคนี้น้อยกว่าผู้ชายมาก เนื่องจากโครงสร้างทางสรีรวิทยาของผู้ชายมีท่อปัสสาวะที่ยาวกว่า และผู้ชายสูงอายุมักมีภาวะต่อมลูกหมากโตที่เป็นปัจจัยหลักในการกักน้ำปัสสาวะจนเกิดตะกอนนิ่วได้ง่าย

Q: หลังจากรักษาโรคนิ่วหายแล้ว มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำอีกไหม?

A: หลังจากรักษาโรคนิ่วหายแล้วมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้สูงมากหากเรายังมีพฤติกรรมเดิม ๆ เช่น ดื่มน้ำน้อย รับประทานอาหารรสจัด หรือไม่ได้รับการแก้ไขสาเหตุต้นตออย่างภาวะต่อมลูกหมากโต ดังนั้นการปรับพฤติกรรมการกินและดื่มน้ำจึงเป็นสิ่งจำเป็นระยะยาว


Source: medparkhospital.com, praram9.com, princsuvarnabhumi.com, rama.mahidol.ac.th