




ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่พบการระบาดของ “โรคไข้ดิน” เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นโรคที่อันตรายต่อสุขภาพโดยเฉพาะกับผู้สูงอายุและผู้
ที่มีโรคประจำตัว #เซอร์เทนตี้กูรู ขอชวนมาทำความรู้จักโรคนี้ พร้อมวิธีสังเกตอาการ กลุ่มเสี่ยง และแนวทางป้องกันเพื่อ
ดูแลตนเองและคนที่คุณรักให้ห่างไกลจากโรคร้ายในหน้าฝนกันค่ะ
โรคไข้ดินคืออะไร เกิดจากอะไร เข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร?
โรคไข้ดิน เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียชนิด Burkholderia pseudomallei ซึ่งพบได้ตามดิน น้ำขัง โคลน และแหล่งน้ำ
ธรรมชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรมและในช่วงฤดูฝนที่มีความชื้นสูง เชื้อชนิดนี้สามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นาน
และก่อให้เกิดการติดเชื้อที่มีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โดยเชื้อโรคสามารถเข้า
สู่ร่างกายได้หลายทาง ได้แก่
แม้ผู้ติดเชื้อบางรายอาจไม่มีอาการในระยะแรก แต่ในบางรายเชื้อสามารถลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดและอวัยวะสำคัญจน
เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้
วิธีสังเกตอาการ “โรคไข้ดิน”
อาการของโรคไข้ดินมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดการติดเชื้อและภูมิคุ้มกันของแต่ละคน โดยมีอาการที่พบ
บ่อย ได้แก่
กลุ่มเสี่ยงอาการรุนแรงหากเป็น “โรคไข้ดิน”
แม้ทุกคนมีโอกาสติดเชื้อได้ แต่บางกลุ่มมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนมากกว่าคนทั่วไป ได้แก่
เกษตรกร หรือผู้ที่ต้องทำงานสัมผัสดิน น้ำ และโคลนเป็นประจำ
แนวทางป้องกัน “โรคไข้ดิน”
หากมีไข้สูงติดต่อกันหลายวันหลังสัมผัสดินหรือน้ำ ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสความเสี่ยงให้
ทราบ
หน้าฝนที่อาจนำพาโรคภัยมาได้ง่าย อย่าลืมดูแลสุขภาพให้มากขึ้นนะคะ และหากท่านไหนที่มีปัญหาเรื่องการปัสสาวะ
ไม่ว่าจะเป็นปัสสาวะเล็ด ไหลซึม กลั้นไม่ได้ กลั้นไม่อยู่ ควรใส่ตัวช่วยอย่าง ‘กางเกงซึมซับ’ ที่สวมง่าย ใส่สบาย ใส่ได้
ทุกวัน สัมผัสนุ่ม และซึมซับปัสสาวะได้ดี แห้งสบาย เพียงเท่านี้ก็สามารถออกไปใช้ชีวิตได้อย่างที่เคย
ขอบคุณข้อมูล โรงพยาบาลบางปะกอก-รังสิต 2, โรงพยาบาลพิษณุเวช , โรงพยาบาลกรุงเทพ

