#เซอร์เทนตี้กูรู ชวนมารู้ทันโรคไข้ดินซึ่งพบผู้ป่วยจำนวนมากในช่วงฤดูฝน และอาจรุนแรงถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะในผู้
สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว พร้อมวิธีสังเกตอาการและแนวทางป้องกัน

หน้าฝนนี้อย่ามองข้าม “โรคไข้ดิน” ภัยเงียบที่สูงวัยต้องระวัง

29 มิถุนายน 2569
แชร์

หน้าฝนนี้อย่ามองข้าม “โรคไข้ดิน” ภัยเงียบที่สูงวัยต้องระวัง

ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่พบการระบาดของ “โรคไข้ดิน” เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นโรคที่อันตรายต่อสุขภาพโดยเฉพาะกับผู้สูงอายุและผู้

ที่มีโรคประจำตัว #เซอร์เทนตี้กูรู ขอชวนมาทำความรู้จักโรคนี้ พร้อมวิธีสังเกตอาการ กลุ่มเสี่ยง และแนวทางป้องกันเพื่อ

ดูแลตนเองและคนที่คุณรักให้ห่างไกลจากโรคร้ายในหน้าฝนกันค่ะ


โรคไข้ดินคืออะไร เกิดจากอะไร เข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร?

โรคไข้ดิน เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียชนิด Burkholderia pseudomallei ซึ่งพบได้ตามดิน น้ำขัง โคลน และแหล่งน้ำ

ธรรมชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรมและในช่วงฤดูฝนที่มีความชื้นสูง เชื้อชนิดนี้สามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นาน

และก่อให้เกิดการติดเชื้อที่มีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โดยเชื้อโรคสามารถเข้า

สู่ร่างกายได้หลายทาง ได้แก่

  • ผ่านบาดแผลหรือรอยถลอกบนผิวหนังที่สัมผัสดินหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ
  • การสูดดมละอองฝุ่นหรือละอองน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อน
  • การดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไปในร่างกาย

แม้ผู้ติดเชื้อบางรายอาจไม่มีอาการในระยะแรก แต่ในบางรายเชื้อสามารถลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดและอวัยวะสำคัญจน

เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้


วิธีสังเกตอาการ “โรคไข้ดิน”

อาการของโรคไข้ดินมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดการติดเชื้อและภูมิคุ้มกันของแต่ละคน โดยมีอาการที่พบ

บ่อย ได้แก่

  • มีไข้สูงหรือไข้เรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามร่างกาย
  • ไอ มีเสมหะ หายใจเหนื่อย หรือเจ็บหน้าอก
  • น้ำหนักลด เบื่ออาหาร
  • มีฝี หนอง หรือแผลเรื้อรังตามผิวหนัง
  • ปวดท้อง หรือพบฝีในอวัยวะภายใน เช่น ตับ ม้าม หรือกระดูก


กลุ่มเสี่ยงอาการรุนแรงหากเป็น “โรคไข้ดิน”

แม้ทุกคนมีโอกาสติดเชื้อได้ แต่บางกลุ่มมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนมากกว่าคนทั่วไป ได้แก่

  • ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
  • ผู้ป่วยโรคตับ
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
  • ผู้ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ

เกษตรกร หรือผู้ที่ต้องทำงานสัมผัสดิน น้ำ และโคลนเป็นประจำ


แนวทางป้องกัน “โรคไข้ดิน”

  • หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำหรือโคลนด้วยเท้าเปล่า
  • สวมรองเท้าบูท ถุงมือ หรืออุปกรณ์ป้องกันทุกครั้งเมื่อต้องทำงานสัมผัสดินและน้ำ
  • หากมีบาดแผล ควรปิดแผลให้มิดชิดและหลีกเลี่ยงการสัมผัสดินหรือน้ำสกปรก
  • ดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำต้มสุก และรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่
  • ล้างมือและทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังทำกิจกรรมกลางแจ้ง
  • ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต หรือโรคตับ ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม


หากมีไข้สูงติดต่อกันหลายวันหลังสัมผัสดินหรือน้ำ ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสความเสี่ยงให้

ทราบ


หน้าฝนที่อาจนำพาโรคภัยมาได้ง่าย อย่าลืมดูแลสุขภาพให้มากขึ้นนะคะ และหากท่านไหนที่มีปัญหาเรื่องการปัสสาวะ

ไม่ว่าจะเป็นปัสสาวะเล็ด ไหลซึม กลั้นไม่ได้ กลั้นไม่อยู่ ควรใส่ตัวช่วยอย่าง ‘กางเกงซึมซับ’ ที่สวมง่าย ใส่สบาย ใส่ได้

ทุกวัน สัมผัสนุ่ม และซึมซับปัสสาวะได้ดี แห้งสบาย เพียงเท่านี้ก็สามารถออกไปใช้ชีวิตได้อย่างที่เคย


ขอบคุณข้อมูล โรงพยาบาลบางปะกอก-รังสิต 2, โรงพยาบาลพิษณุเวช , โรงพยาบาลกรุงเทพ