#เซอร์เทนตี้กูรู ชวนลูกหลานหรือคนที่กำลังรับหน้าที่ดูแลผู้สูงวัยมาสำรวจตัวเองก่อนสาย ว่าจริงๆ แล้วคุณแค่เหนื่อย หรือกำลังเสี่ยง “ภาวะหมดไฟในผู้ดูแลสูงวัย” อยู่กันแน่ พร้อมวิธีรับมือ

รู้ทันก่อนหมดใจ “ภาวะหมดไฟในผู้ดูแลสูงวัย” คุณเสี่ยงอยู่ไหม?

24 กุมภาพันธ์ 2569
แชร์

รู้ทันก่อนหมดใจ “ภาวะหมดไฟในผู้ดูแลสูงวัย” คุณเสี่ยงอยู่ไหม? 

การดูแลผู้สูงวัยคือบทบาทสำคัญที่ต้องใช้ทั้งเวลาและพลังใจอย่างต่อเนื่อง เมื่อทำหน้าที่นี้ทุกวันโดยแทบไม่ได้พัก ความเครียดและความเหนื่อยล้าอาจสะสมจนกลายเป็นภาวะหมดไฟได้ #เซอร์เทนตี้กูรู ชวนมาทำความเข้าใจสัญญาณเตือนและวิธีรับมือ เพื่อให้ผู้ดูแลมีสุขภาพใจที่แข็งแรง พร้อมดูแลคนที่รักได้อย่างยั่งยืนค่ะ

ภาวะหมดไฟในผู้ดูแลผู้สูงอายุคืออะไร?
ภาวะหมดไฟ (Caregiver Burnout) คือภาวะที่ผู้ดูแลรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจจากการดูแลต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ อารมณ์ และประสิทธิภาพในการดูแล และหากความเครียดไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม ผู้ดูแลอาจเริ่มพักผ่อนไม่พอ เครียด วิตกกังวล หรือรู้สึกมองบทบาทการดูแลในแง่ลบมากขึ้น จนกระทบต่อคุณภาพชีวิตของทั้งผู้ดูแลและผู้สูงวัย

ปัจจัยเสี่ยงของภาวะหมดไฟในผู้ดูแลผู้สูงอายุ

แม้ผู้ดูแลแต่ละคนจะมีชีวิตต่างกัน แต่มีปัจจัยบางประการที่อาจทำให้เครียดสะสม จนเพิ่มโอกาสเกิดภาวะหมดไฟได้ง่ายขึ้น ได้แก่



อาการที่ผู้ดูแลต้องรีบสังเกตตัวเอง

สัญญาณเตือนภาวะหมดไฟในผู้ดูแลสูงอายุที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่


แนวทางรับมือภาวะหมดไฟในผู้ดูแลผู้สูงอายุ

เมื่อรู้เท่าทันสัญญาณแล้ว ขั้นต่อไปคือการดูแลและป้องกันไม่ให้ความเครียดสะสมจนเกินรับไหว หัวใจหลักคือการดูแลตัวเองให้พร้อมก่อนเสมอ เช่น



ขอส่งกำลังใจให้กับ “ผู้ดูแล” ทุกท่านนะคะ ดูแลคนที่รักแล้วอย่าลืมดูแลกายใจตัวเองด้วย ส่วนเรื่องสุขภาพการขับถ่าย หากท่านไหนที่มีปัญหาเรื่องการปัสสาวะ ไม่ว่าจะเป็นปัสสาวะเล็ด ไหลซึม กลั้นไม่ได้ กลั้นไม่อยู่ ควรใส่ตัวช่วยอย่าง ‘กางเกงซึมซับ’ ที่ซึมซับปัสสาวะได้ดี สวมง่าย ใส่สบาย ใส่ได้ทุกวัน แค่นี้คุณก็สามารถออกไปใช้ชีวิตได้อย่างที่เคยแล้วค่ะ


ขอบคุณข้อมูล โรงพยาบาลนครธน, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล